ทีมตัวแทนจากพรีเมียร์ลีกอย่างลิเวอร์พูล, เชลซี และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ต่างต้องเจองานหนักในรอบน็อคเอาต์ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก  หลังจากผลการประกบคู่คลอดออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  โดยการจับติ้วรอบ 16 ทีมสุดท้ายแชมเปี้ยนส์ลีกมีขึ้นที่เมืองนียงของสวิตเซอร์แลนด์ในวันที่ 14 ธันวาคมนี้ ซึ่งตรงกับเวลาในบ้านเราช่วงหัวค่ำที่ผ่านไปนี้เอง แชมเปี้ยนส์ ลีก อังกฤษเจองานสาหัสเอาการไม่น้อยเลยทีเดียวเมื่อรอบน็อคเอาต์จับไปชนกับแอร์เบ ไลป์ซิก ทีมแกร่งแห่งบุนเดสลีกาเยอรมัน ที่จัดการเขี่ยแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดตกรอบแบ่งกลุ่มแชมเปี้ยนส์ลีกไปหมาด ๆ แต่หากมองในอีกแง่มุมก็อาจเป็นเรื่องดีก็ได้ที่ลิเวอร์พูลได้ดวลกับทีมจากเมืองเบียร์  โดยลิเวอร์พูลมียอดกุนซือเป็นชาวเยอรมันอยู่แล้วอย่างเจอร์เก้น คล็อปป์ ซึ่งน่าจะทำให้รู้ไส้รู้พุงกันเป็นอย่างดี ทางด้านเชลซีก็มีงานหินไม่แพ้กันเมื่อต้องเผชิญหน้ากับยอดทีมจากลา ลีกาอย่างแอตเลติโก มาดริด ซึ่งเคยเขี่ยลิเวอร์พูลตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายศึกแชมเปี้ยนส์ลีกมาแล้วเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา  นอกจากนี้ซีซั่นนี้ทีมตราหมีก็กำลังคั่วแชมป์ลา ลีกาจากผลงานการรั้งตำแหน่งจ่าฝูงร่วมในลีกสูงสุดของแดนกะทิงดุอยู่ในขนาดนี้  แม้ว่าเชลซีฟอร์มกำลังเข้าฝักแต่ก็ไม่ควรมองข้ามแอต.มาดริดไปเป็นอันขาดไม่เช่นนั้นอาจจอดป้ายแชมเปี้ยนส์ลีกเพียงแค่รอบนี้เท่านั้น ส่วนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ถูกจับให้ไปดวลแข้งกับอีกหนึ่งทีมจากบุนเดสลีกาอย่างโบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัคที่ฟอร์มไม่ธรรมดาขนาดถึงขั้นเกือบเขี่ยโคตรทีมจากลา ลีกาอย่างเรอัล มาดริดตกรอบแบ่งกลุ่มแชมเปี้ยนส์ลีกที่ผ่านไป  รวมทั้งทีมสิงห์หนุ่มแห่งเมืองเบียร์ยังเคยบุกไปยัดเยียดความปราชัยราชันชุดขาวมาแล้วในแชมเปี้ยนส์ ลีกรอบแบ่งกลุ่ม สรุปผลการประกบคู่ศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกรอบ 16 ทีมสุดท้าย: โบรุสเซียมึนเช่น กลัดบัค (เยอรมัน)  พบกับ  แมนเชสเตอร์ ซิตี้ […]

เชลซี แม้ว่าผลงานในช่วงหลังของทีมเชลซีจะไม่ถูกพูดถึงมากก็ตาม แต่ทว่าลูกทีมของแฟรงค์ แลมพ์พาร์ดนั้นกำลังทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นการเก็บแต้มจากการไปเยือนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทีมดังของพรีเมียร์ลีกในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ตามด้วยการเอาชนะเบิร์นลีย์ไปได้แบบไม่ยากเย็นนัก ก่อนที่จะมาเอาชนะแรนส์ทีมจากลีกเอิงในรายการยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีกที่ผ่านมาจนเป็นสัญญาณว่าทีมสิงไฮโซเริ่มกลับเข้ารูปเข้ารอยแล้วนั่นเอง สิ่งหนึ่ง เชลซี ในช่วงเริ่มฤดูกาลนั้นโดนวิจารณ์อย่างมากเพรา แผงกองหลังและผู้รักษาประตูของพวกเขาที่มักจะเสียประตูง่ายเกินไป ว่าจะเป็นเกมรับที่แม้แต่ธีเอโก้ ซิลวาก็เอาไม่อยู่ในเกมเปิดตัว พรีเมียร์ลีก ครั้งแรกของเขาหรือจะเป็นนายทวารอย่างเกป้า อาร์ริซาบาลาก้าที่มเคยทำผลงานได้ตามค่าตัวสุดแพงได้เลย จนกระทั่งการมาของเอดูอาร์ แมงดี้นั่นเองที่ได้ทำให้เกมรับของพวกเขาเสียประตูน้อยลงและทางแมงดี้ก็ไม่เสียประตูมากว่า 8 ชั่วโมงแล้วด้วยกัน                นอกจากเกมรับของเชลซีที่เหนียวแน่นขึ้นแล้ว เกมรุกของพวกเขาก็เริ่มจูนกันติดเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการประสานงานของกองหน้าชาวเยอรมันทั้งสองคนอย่างทีโม แวร์เนอร์ที่ยิงไปถึง 7 ประตูจาก 7 นัดและไค ฮาแวตซ์ที่เป็นรองดาวซัลโวของทีมและจัดการทำแฮตทริคไปได้ในรายการลีกคัพ นอกจากนี้พวกเขายังมีกำลังเสริมไม่ว่าจะเป็นฮาคิม ซิเยคทีน่าจะมีโอกาสลงเล่นในช่วงที่ฮาแวตซ์ต้องกักตัวจากการติดเชื้อไวรัสโควิดอีกด้วย                จะเห็นได้ว่าช่วงเวลาที่เชลซีเสียประตูง่ายนั้นน่าจะจบไปแล้ว เพราะการเจอกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดน่าจะเป็นเกมในพรีเมียร์ลีกที่ยากที่สุดของพวกเขาในช่วงที่ผ่านมา ส่วนหลังจากนี้ทีมของแลมพ์พาร์ดก็จะเจอกับงานที่เบาลงไม่ว่าจะเป็นการเปิดบ้านต้อนรับเชฟฟิลด์ ยูไนเต้ดทีมท้ายตารางและนิวคาสเซิล ยูไนเต็ดที่มักจะทำประตูได้น้อยนั่นเอง ติดตามข่าวสารวงการฟุตบอลอัพเดทก่อนใครได้ที่นี่